งานหลักอย่างแรกของนักเขียนการ์ตูนตลกนั้นคงจะต้องยกให้กับการคิดแก๊ก ซึ่งวิธีการคิดแก๊กหรือหามุกตลกก็มีหลายวิธี เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังชาวบ้านคุยกัน หรืออาจนั่งเฉยๆ ปล่อยให้สมองคิดฟุ้งซ่าน ต่างๆ นานา คนที่เห็นนักเขียนการ์ตูนนั่งเฉยๆ แทบทั้งวันก็อย่าเพิ่งคิดว่าเขาคนนั้นอู้งานหรือขี้เกียจ แต่นั่นคือขั้นตอนหนึ่งของการทำงานครับ  หรือบางทีอาจมีนั่งยิ้มคนเดียวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าเพิ่งเข้าใจว่าบ้านะครับ

บางครั้งอยู่ดีๆ มุกตลกมันอาจแว็บเข้ามาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งตั้งใจคิดแทบตายก็คิดไม่ได้สักมุก เอาแน่เอานอนไม่ได้ และแต่ละคนก็มีวิธีการคิดที่แตกต่างกันออกไปอีก แต่ที่นิยมมากก็น่าจะเป็นการแตกแก๊ก คือการเอามุกตลกของคนอื่นมาหักมุมใหม่ โดยอาจคล้ายมุกตลกเดิม อย่างที่เห็นในขายหัวเราะ-มหาสนุกที่มักอ้างอิงว่า จากแก๊กของคนโน้น หน้านี้ เล่มนั้น หรือบางทีก็แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง ก็แล้วแต่จะคิดกันได้

การ์ตูนตลกคือการนำเอาเรื่องราวต่างๆ มามองในแง่ตลก ทั้งที่อาจเกิดขึ้นได้จริงๆ หรืออาจโอเวอร์เกินกว่าจะเป็นเรื่องจริงไปได้ก็ตาม เหตุการณ์บางเหตุการณ์ สถานที่บางแห่ง ถูกนำมาเขียนจนยากที่จะคิดมุกใหม่ๆ ได้แล้ว อย่างพวกแก๊กอมตะ เช่นคนติดเกาะ โจรมุมตึก หากคิดแก๊กเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้ก็อาจเกิดอาการตันได้ จึงควรหลีกเลี่ยงไปหาเหตุการณ์ใหม่ๆ แปลกๆ มาแทน เพื่อช่วยลดอาการอุดตันในการคิดแก๊ก

ที่ยากลำบากที่สุดของการคิดแก๊กก็คือ ต้องให้ถูกใจคนอ่าน ซึ่งจะให้ถูกใจทุกคนย่อมเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องพยายามให้ถูกใจคนส่วนใหญ่แทน และ บ.ก. จะมีส่วนสำคัญในขั้นตอนนี้ เพราะ บ.ก. ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่านักเขียนจะช่วยคัดเลือก ชี้แนะ และช่วยให้นักเขียนพัฒนาฝีมือขึ้นด้วย

หนังสือแต่ละเล่ม เว็บไซต์แต่ละเว็บ บล็อกหรือเพจแต่ละแห่งต่างก็มีคอนเซ็ปต์ มีมาตรฐาน มีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน สำหรับคนอ่านก็เลือกอ่านที่ชอบ สำหรับคนเขียนก็เลือกเขียนที่เหมาะกับตัวเอง ไม่มีอะไรที่แน่นอนตายตัว ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับคนทุกคน บอกอย่างนี้อาจเหมือนแฝงปรัชญา ที่จริงคือไม่รู้จะอธิบายยังไง หมดมุกที่จะเขียนต่อ ก็เลยต้องขอจบไว้ตรงนี้ครับ

 

ชีวิตนักเขียนการ์ตูน